ไทยโดกุดามิ สมุนไพรพลูคาว โดกุดามิเอเซีย
ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดกุดามิ       กลับหน้าหลักไทยโดกุดามิ ข่าวสารบทความ สั่งซื้อโดกุดามิ สมัครสมาชิก ติดต่อสอบถาม แอนตี้ออกซิแดนท์สารต้านอนุมูลอิสระ
โดกุนามิเอเซีย โดกุนามิเอเซีย
ไทยโดกุดามิ Home | Contact us | DokudamiAsia        
Share

แอนตี้ออกซิแดนท์...สารอาหารชะลอความเสื่อมชราและต้านอนุมูลอิสระ

แอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) คืออะไร A-C-E เป็นสารอาหารพวกแอนตี้ออกซิแดนท์(Antioxidant) ซึ่งแอนตี้ออกซิแดนท์เป็นสารอาหารที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ เช่น ในผัก ผลไม้ และมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Free Radical) คืออะไร อนุมูลอิสระเป็นส่วนของโมเลกุลซึ่งมีพลังงานสูงและชอบที่จะไปจับคู่ ซึ่งการหาคู่นี้ทำให้เกิดการทำลายอย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น เมื่อหั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้น แล้วใส่จานทิ้งไว้บนโต๊ะโดยไม่มีอะไรปิดสักครู่ เนื้อแอปเปิ้ลก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล หรือถ้าวางแท่นเหล็กไว้กลางฝนก็จะมีสนิมเกิดขึ้นเหล่านี้เกิดจากการทำลายของอนุมูลอิสระนั้นเองที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสของเนื้อแอปเปิ้ล และทำให้เหล็กเป็นสนิม และยังทำอันตรายให้แก่ ร่างกายของเราได้อีกด้วย


อนุมูลอิสระมาจากไหนและมีผลทำลายอะไรบ้างโดยปกติอนุมูลอิสระจะเกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกายจากการหายใจจากขบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย ซึ่งเราเรียกว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) จากความเครียดหรือจากสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ ไอเสีย ของรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม สารกันบูดในอาหาร จากยาบางชนิดและรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตในแสงแดด ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นที่บริเวณผิวหนัง และทำปฏิกิริยาต่อเซลล์ข้างเคียง ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพหรือตายเร็วกว่าปกติ จึงทำให้แก่ก่อนวัย ถ้ามีอนุมูลอิสระมากจะก่อให้เกิดโรคแห่งความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และต้อกระจกเป็นต้นนอกจากนี้ยังพบว่า คนที่สูบบุหรี่ตากแดดเป็นประจำ และมีความเครียดจะแก่เร็วกว่าวัย ปัจจัยอะไรบ้างที่เร่งการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย
  1. การสูบบุหรี่, การดื่มเหล้า และชา กาแฟ 
  2. การรับประทานอาหารไหม้เกรียม 
  3. ความเครียด 
  4. การตากแดดเป็นประจำ 
  5. มลภาวะ เช่น การได้รับสารปรอท ตะกั่วจากไอเสียรถยนต์ ยาฆ่าแมลง สารกันบูด 
เราสามารถป้องกันตัวเองจากอนุมูลอิสระจากการศึกษาพบว่าอนุมูลอิสระบางชนิดนั้นไม่เป็นอันตรายและเซลล์เม็ดเลือดขาวใช้อนุมูลอิสระเหล่านี้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเซลล์มะเร็ง แต่ถ้ามีอนุมูลอิสระมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการมาก ร่างกายของเราจะผลิตเอน์ไซมบางชนิดซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิแดนท์เอนไซม์เพื่อป้องกันอนุมูลอิสระ แต่อย่างไรก็ตามพบว่าถึงแม้จะมีการสร้างแอนตี้ออกซิแดนท์ - แอนไซม์ขึ้นก็ไม่เพียงพอ ร่างกายยังต้องการแอนตี้ออกซิแดนท์ซึ่งได้แก่ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอีไบโอฟลาโวนอยด์ และ เกลือแร่เช่น ซีลีเนียม แมงกานีส ทองแดง สังกะสี และโมลิบดินัมอีกด้วย

แอนตี้ออกซิแดนท์มีอะไรบ้างสารอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มของแอนตี้ออกซิแดนท์ มีดังนี้ 
  1. วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน (Vitamin A and Beta Carotene) 
  2. วิตามินซี และไบโอฟลาวานอยด์ (Vitamin C and Bioflavanoids) 
  3. วิตามินอี (Vitamin E) 
  4. ซีลีเนียม (Selenium) 
  5. สารประกอบอื่น ๆ เช่น โคเอนไซม์คิวสิบ ซีสเตอีน เมลาโทนิน เป็นต้น 
แอนตี้ออกซิแดนท์ อาจใช้สัญลักษณ์ "ACES" ซึ่ง A-C-E ก็เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ประกอบด้วย วิตามินเอในรูปเบต้าแคโรทีน วิตามีนซี และวิตามินอี แอนตี้ ออกซิแดนท์ กับการป้องกันและรักษาโรคทุก ๆ วัน เซลล์ในร่างกายของมนุษย์จะถูกทำลายจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) ซึ่งก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่สามารถก่อให้เกิดพยาธิสภาพของเนื้อเยื่อ และอวัยวะได้เพราะอนุมูลอิสระเหล่านี้สามารถทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับสารประกอบของเซลล์ร่างกายได้แก่ กรดนิวคลีอิก โปรตีนกรดอะมิโนอิสระ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เป็นต้น ทำให้กลไกต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ

อนุมูลอิสระเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดโรคและความชรา ฉะนั้นเพื่อป้องกันอันตรายจากสารประเภทนี้ จึงมีการทดลองใช้ วิตามินเพื่อต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เพื่อชะลอความชราและเพื่อลดความเสี่ยงต่อ โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และมะเร็ง เป็นต้น 

บทบาทของแอนตี้ออกซิแดนท์ ต่อโรคมะเร็ง

ขบวนการออกซิเดชั่นสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งและกระตุ้นให้เนื้องอกโตขึ้นได้นอกจากนี้ยังมีผู้ศึกษาพบว่า อนุมูลอิสระอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากอนุมูลอิสระเป็นสาเหตทำให้เซลล์กลายพันธุ์ และกระตุ้นให้เซลล์มีการแบ่งตัวมากขึ้น จากการศึกษาพบว่า A-C-E ซึ่งเป็น แอนตี้ออกซิแดนท์สามารถช่วยยับยั้งหรือลด -อัตราการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิดได้ เนื่องจาก A-C-E สามารถทำลายอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ทำลายสารก่อมะเร็งได้ 

บทบาทของแอนตี้ออกซิแดนท์ ต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ปัจจุบันพบว่า โรคหัวใจเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประชากรโลก ซึ่งจากการศึกษาเชื่อกันว่าอนุมูลอิสระสามารถทำปฏิกิริยากับไขมันในร่างกาย ซึ่งมีอยู่ในรูปของไลโปโปรตีนชนิด LDL (Low Density Lipoprotein ซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดี) ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้จากการศึกษาพบว่า A-C-E สามารถลดอุบัติการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดย A-C-E สามารถที่จะยับยั้งการรวมตัวกับออกซิเจนของ LDL ได้ ทำให้ LDL ไม่สามารถจับตัวกับอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ A-C-E ยังมีผลทำให้ HDL (High Density Lipoprotein ซึ่งเป็นไขมันดี) สูงขึ้นได้ จึงลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้ 

บทบาทของแอนตี้ ออกซิแดนท์ ต่อการเสื่อมของเซลล์ (ความชรา) 

จากรายงานพบว่า A-C-E สามารถป้องกันโรคและมีความสัมพันธ์กับความชรา เพราะ A-C-E ซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิแดนท์มีคุณสมบัติบางประการที่สามารถป้องกันผนังเซลล์มิให้ทำปฏิกิริยารวมตัวกับออกซิเจนจนเกิดการถูกทำลายได้ ทำให้ไม่เกิดอนุมูลอิสระซึ่งมีผลทำให้สามารถชะลอความเสื่อมและความชราได้ 
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 2011-02-01 00:00:00 อ่าน 10326 ครั้ง

ข่าวสารบทความอื่นๆ